Thaiteenline-logo
home about law teens article hotline contact
 
     
     
 

หนูมีเรื่องกุ๊กกิ๊กคาใจวัยรุ่น

หนูมีเรื่องกุ๊กกิ๊กคาใจวัยรุ่น

           วันนี้พี่ฮอทไลน์อยากจะคุยให้น้อง ฟังว่า บ้านของพี่ฮอทไลน์อยู่ในซอยซึ่งไม่มีรถสองแถววิ่ง ดังนั้นทุกคนที่มไม่มีรถส่วนตัวจึงต้องเดินมาขึ้นรถเมล์ที่ปากซอยกันทุกวันเป็นประจำ รวมทั้งพี่ฮอทไลน์ด้วย สำหรับพี่แล้วพี่พอใจมากทีเดียวที่จะได้ตื่นแต่เช้าเดินออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ ในขณะเดียวกันก็ได้พูดคุยกับคนที่อยู่ในฐานะที่ต้องเดินบริหารร่างกายทุกเช้าเย็น จนเราคุ้นเคยกัน และแน่นอนในบรรดาคนเหล่านั้นมีน้อง วัยรุ่นอยู่ด้วย

                พี่ฮอทไลน์เดินคุยกับน้อง ๆ หญิงสองชายหนึ่ง น้องเอเรียนอยู่ชั้น ม.3 หน้าตาจิ้มลิ้ม ช่างพูดช่างคุย ได้ถามพี่ว่า

เอ       “พี่ฮอทไลน์ค่ะ เอน่ะอยากได้เสื้อผ้าสวย เอขอคุณแม่ ก็ไม่ให้เงินเอไปซื้อ บอกว่าเสื้อผ้าเอมีเยอะแยะโอกาสใส่เอก็มีไม่บ่อยนอกจากวันหยุด วันธรรมดาก็ใส่ฟอร์ม เอ…ฟังตอนแรกก็เสียใจนะคะ แต่ตอนหลังก็เห็นใจคุณแม่มากขึ้น นี่แสดงว่าเอเป็นคนมีสภาพจิตเป็นยังไงค่ะ

พี่ฮอทไลน์       “พี่คิดว่าเรื่องนี้คงเป็นความคับข้องใจของน้อง ๆหลายคนด้วย การอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ใส่สวย งาม เป็นเรื่องปกติธรรมดาของวัยรุ่นนะคะ ยิ่งเห็นเพื่อนใส่ยิ่งอยากได้เหมือนเพื่อน บางทีได้มาแล้วประเดี๋ยวเดียวก็เบื่อเลิกใส่ ซึ่งการเปลี่ยนใจง่าย นี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่นเหมือนกัน คุณแม่ก็คงเข้าใจความรู้สึกของเอ ท่านอาจจะพิจารณาเห็นว่ามันเป็นเพียงความรู้สึกอยากได้เพียงชั่ววูบ ซื้อมาแล้วประเดี๋ยวก็เลิกใช้ การปฏิเสธของท่านจึงเป็นเหมือนการฝึกให้น้องเรียนรู้ใจตัวเอง คุณแม่ยอมให้น้องเสียใจตอนแรก หลังจากนั้นน้องต้องเข้าใจว่าทำไมคุณแม่ปฏิเสธดีกว่าตามใจให้ซื้อ ซึ่งจะทำให้น้องได้ใจไม่รู้คุณค่าของเงิน ซื้อมาแล้วเลิกใส่ ทิ้งก็น่าเสียดายของ หรือการที่ท่านปฏิเสธโดยใจจริงแล้วท่านอยากจะให้ แต่อาจไม่มีเงินพอจะซื้อของฟุ่มเฟือย จนกลายเป็นไม่รู้จักค่าของความเหนื่อยยากของพ่อแม่ ที่เป็นผู้ทำงานหาเงินมาให้เอใช้นะคะ การที่เอบอกว่าตอนแรกเสียใจแต่ตอนหลังเห็นใจแม่มากขึ้น แสดงว่าเอมีสุขภาพจิตปกติและเด็กที่น่ารัก ที่กำลังเจริญเติบโตด้วยความพยายามเรียนรู้ที่จะเข้าใจชีวิตสมควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีของน้อง ทั่วไปได้สมัยนี้เงินทองหามาได้ด้วยความยากลำบาก เอควรช่วยคุณพ่อคุณประหยัดนะคะ สังคมไทยวันนี้มีผู้คนที่ยังอดอยากหิวโหยอีกแยะเลย ถ้าจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย เอก็คิดถึงเด็ก ยากจนหิวโหยบ้างนะคะ

เอ       "เอเข้าใจมากขึ้นและล่ะค่ะ บางครั้งเอก็ไม่เข้าใจตนเอง บอกไม่ถูก พออยากได้อะไรก็อยากได้มากและต้องเอาให้ได้ ทุกคนในบ้านต้องเดือดร้อนกับอารมณ์ของเอมากมาย เอจะพยายามมีเหตุผลมากขึ้นค่ะ ขอขอบคุณพี่ฮอทไลน์มากทีเดียว

นิ        “พี่ฮอทไลน์ค่ะ น้องนิก็มีปัญหาค่ะ ไม่เข้าอาจารย์ที่โรงเรียน  

 

น้องนิซึ่งมีชื่อเต็มว่านิรมลท่าทางเป็นนักกิจกรรมเต็มตัว เดินเร่งมาคู่กับพี่ฮอทไลน์โดยน้องเอชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย เพื่อปล่อยให้นิได้คุยกับพี่…

เอ       ”อาจารย์ที่โรงเรียนนินะคะหัวโบราณจังเลยค่ะ ไม่ว่าอาจารย์จะให้นักเรียนทำงานอะไร เช่น    จัดงานนิทรรศการยังงี้เป็นงานของนักเรียนนะคะ แต่สภาพงานเป็นความคิดของอาจารย์ทั้งหมด ทำไมอาจารย์ต้องเจ้ากี้เจ้าการไม่ฟังความคิดเห็นของนักเรียนบ้างล่ะค่ะ พอเสนอเรื่องอะไร บอกได้คำเดียวว่า   'ไม่ ! ไม่เห็นด้วย ๆๆ !' คำพูดของนิใส่ความรู้สึกอย่างเต็มที่

พี่ฮอทไลน์       "แล้วนิคิดยังไงล่ะ !"

นิ        "ว่าที่โรงเรียนน่าจะให้ครูจัดนิทรรศการแข่งขันกันเองบ้าง! ครูจะได้ไม่มาแย่งงานของเด็กไปทำ"

พี่ฮอทไลน์       "ได้ยินนิดูแล้วพี่ฮอทไลน์นึกขำพี่ฮอทไลน์โตมาถึงป่านนี้นะคะได้เห็นพฤติกรรมบางอย่างของคุณแม่นะคะ ถือว่าถ้าวันไหนคุณแม่จะพาไปออกงาน พี่บอกจะแต่งตัวด้วยชุดที่ชอบที่สุด แต่คุณแม่บอกว่าไม่สวย แล้วคุณแม่ก็จัดการกับทรงผม เสื้อผ้า กระโปรง รองเท้า ทุกอย่างหมด พอถึงวันงานคุณแม่นั่งหน้าบานแฉ่งบอกว่าลูกสาวสวยที่สุด แต่ตัวพี่รู้สึกเหมือนเป็นตุ๊กตาที่เขาจับผูกโบว์ไปเดินโชว์ ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง พิจารณาแล้วคุณครูกับคุณแม่นี่มีนิสัยคล้าย กันนะคะ คือกลัวลูกจะไม่สวยเท่าลูกชาวบ้าน เลยจัดการแทนทุกอย่างเสร็จ…เอ พี่ฮอทไลน์ตอบตรงคำถามหรือเปล่านี่ ยังไงก็ตาม พี่อยากให้นิมองเห็นความรัก ความหวังดีของอาจารย์ เข้าใจท่านมีกำลังใจที่จะชี้แจงเหตุผลหรือมีพลังที่จะเห็นความหวังดีของท่านอย่างถูกต้องนะคะ

นิยังฟังงง ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้เสียแล้ว เมื่อโอ๊ต พี่ชายเอซึ่งฟังมาตลอดตั้งแต่ต้น รีบแย่งนิพูดทันทีเพราะเดินมาใกล้เลี้ยวโค้งเข้าบ้านโอ๊ตแล้ว หนูนิจึงค้อนขวับตามระเบียบ แต่ก็ยอมชิดซ้ายให้แต่โดยดี

 

โอ๊ต     “พี่ฮอทไลน์ โอ๊ตชอบดาราอยู่คนหนึ่งนะชอบมาก เลย ชอบมาดของเขา ชอบความสามารถของเขา สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาทุกอย่าง แล้วเวลาที่คุยกับเพื่อนในห้อง เพื่อนก็จะพูดถึงเรื่องที่โอ๊ตชอบเขา เพื่อนบางคนเขาก็ว่าโอ๊ตบ้า ทั้งๆ ที่โอ๊ตก็ไม่ได้แสดงอะไรที่น่าเกลียดเลย เพื่อน หลายคนก็ชอบดาราคนนี้เหมือนกันนะครับ แต่เขาไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวเสียหน้า อาจารย์บางคนก็วิจารณ์ดาราคนนี้ในทางที่โอ๊ตไม่ชอบ แต่โอ๊ตก็ว่าอาจารย์ก็ไม่เข้าใจ คิดว่าพวกวัยรุ่นไปชอบเขาในด้านที่สังคมไม่ยอมรับ ทั้งๆที่โอ๊ตไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย

พี่ฮอทไลน์       “การที่วัยรุ่นจะชอบใครหรือว่าคลั่งไคล้ดาราหรือศิลปินสักคน ก็เป็นเรื่องธรรมดาตามสมัยนิยมนะคะ และการที่จะชอบพูดถึงเขาบ่อย ก็ไม่ใช่ความผิดหรือเสียหายอะไร แต่การที่เพื่อนพูดว่า 'โอ๊ตบ้า !'  อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเบื่อที่จะฟังหรือเขาอยากจะพูดเองบ้าง แต่ไม่รู้จะพูดเองบ้าง แต่ไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อนเห็นโอ๊ตรู้ดีกว่าเขาอาจหมั่นไส้ก็ได้ โอ๊ตก็ควรลดการพูดถึงคนที่ตัวชอบลงเสียบ้าง และควรเลือกพูดเรื่องนี้กับคนที่ชอบเหมือน กันจะดียกว่านอกนั้นใครจะพูดจะวิจารณ์อะไร หรืออาจารย์จะพูดถึงคนที่เราชอบอย่างไร ก็เป็นเรื่องของนานาจิตตัง ตราบใดที่โอ๊ตเห็นว่าเราไม่ได้คิดหรือทำอะไรที่เป็นการเสียหายแก่ตนเอง ครอบครัวและโรงเรียนแล้วเราก็อดทนฟังเขาเฉย ใคร ๆเขายังอดทนฟังโอ๊ตพูดถึงคนนี้ได้ โอ๊ตก็ควรอดทน ฟังเขาวิจารณ์ได้ จะเป็นไปใช่ไหม ? พี่ลุกลูกน้ำยังมีดาราคนโปรดเหมือนกันเลย !

โอ๊ต        “ใช่ครับพี่ฮอทไลน์ โอ๊ตสบายใจขึ้นเยอะไม่งั้นโอ๊ตหงุดหงิดเรื่องนี้มากเลย” เอกับโอ๊ตเข้าบ้านไปแล้ว พี่ลุกน้ำจึงหันมาคุยกับนิต่อจนกระทั่งความรู้สึกงง ๆ ที่มีอยู่แต่ต้นหายไป จนยิ้มออกและจนกระทั่งพี่ฮอทไลน์เข้าบ้านก่อนนิและปล่อยให้นิเดินยิ้มไปดนเดียว

พี่ฮอทไลน์             "ค่ะ…พี่ฮอทไลน์คอยรับสายจากน้อง ๆ เสมอ แล้วคุยกันใหม่นะคะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     
 
  Counter 147,594
 
 
© 2012 Thaiteenline. All Rights Reserved. หน้าหลัก | ความเป็นมา | กฎหมายเด็กและครอบครัว | วัยรุ่นอยากรู้ | บทความวัยรุ่น | ฮอทไลน์เคลื่อนที่ | ติดต่อเรา